mobile logo

ห้องเล่าประสบการณ์> ซื้อปลามาใหม่จำเป็นต้องกักโรคไหม?

This topic contains 3 replies, has 2 voices, and was last updated by admin 2 months, 4 สัปดาห์ มาแล้ว.

  • ผู้เขียน
    กระทู้
  • #21516
    Facebook Profile photo
    admin
    Keymaster

    อยากทราบวิธีกักโรคของเพื่อนๆ ช่วยมาแชร์กันหน่อยครับ?

    ใครที่ log in ครั้งแรก ให้กลับไปที่>กระดานพูดคุย>ห้องเล่าประสบการณ์>กระทู้ ซื้อปลามาใหม่จำเป็นต้องกักโรคไหม 

    ปล. ส่วนคนที่เคย log in จะตอบได้เลยไม่ต้อง log in อีกในครั้งต่อๆไปครับ

    • This topic was modified 2 months, 4 สัปดาห์ มาแล้ว by admin.
    • This topic was modified 2 months, 4 สัปดาห์ มาแล้ว by admin.
  • #21522

    Fishstory
    Participant

    ก๊อปคนอื่นมานะแอด

    วิธีการกักโรคปลา
    การกักโรคปลา

    การเลี้ยงสวยงามของแต่ละคนมีเหตุผลต่างๆ นาๆออกไปแล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคน เช่น บ้างก็เลี้ยงปลาเพื่อประกวด บ้างก็เลี้ยงเพื่อความสวยงาม บ้างก็เลี้ยงเพื่อธุรกิจค้าขาย จะนำปลามาเลี้ยงด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม แต่หลักการที่ทุกคนซื้อปลามาใหม่คือต้องมีการ “กักโรค”

    1.ปลาใหม่ถ้าตายใน 3 วันเกิดจากการขนส่งปลา ถ้าปลาตายใน 7 วันแสดงว่าเกิดจากการติดเชื้อโรคมาก่อน และปลาตายหลัง 7 วันนั้น สำคัญมากเกิดจากการไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคก่อนการปล่อย

    2. ควรนำปลาเก่า 2 ตัวมาเลี้ยงรวมกับปลาใหม่ เพื่อให้ปลาใหม่ได้รับเชื้อจากปลาเก่า และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ปลาใหม่อาจติดเชื้อโรคและเกิดอาการป่วย แต่เรามีโอกาสรักษาได้ไม่ยาก

    3. การกักโรคอาทิตย์สุดท้าย ให้เอาน้ำจากบ่อเลี้ยง มาใส่บ่อกักโรค เพื่อให้ปลาคุ้นเคยกับ pH และแร่ธาตุต่างๆ

    ข้อมูลจาก : คุณชัย  http://www.koi-keeper.net/index.php/topic,5058.0.htm

    • This reply was modified 2 months, 4 สัปดาห์ มาแล้ว by Fishstory.
  • #21524

    Fishstory
    Participant

  • #21527
    Facebook Profile photo
    admin
    Keymaster

    แอดขอนำบทความของ เพจ koi by Petch มาลงนะครับ คิดว่าน่าจะใช้ได้กับทุกปลา ไม่เฉพาะปลาคาร์ฟ

    สำหรับการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างเจ้าปลาคาร์ฟ ปรางเลยขอแนะนำการกักโรคคร่าวๆให้ฟังนะคะ อาจจะไม่เหมือนที่อื่น แต่ลองทำตามกันได้จ้า

     

    1) การเตรียมสถานที่กักปลา ควรไม่คับแคบเกินไปจนทำให้ปลาเกิดความเครียด มีความสูงไม่ต่ำกว่า 30 cm เพื่อลดการเกิดภาวะน็อคเนื่องจากอุณหภูมิแกว่งช่วงกลางวัน-กลางคืน น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำปราศจากคลอรีน (หากเติมน้ำประปาควรทิ้งไว้ก่อนลงปลา 1-2 วันเพื่อให้คลอรีนระเหยออกจนหมด) มีระบบกรองหรือระบบการเติมออกซิเจนให้ปลาอย่างเพียงพอ

    2) ภายหลังจากซื้อปลามา นำปลามาลอยในอ่างกักเป็นเวลา 15-30 นาทีเพื่อให้ปลาที่เป็นสัตว์เลือดเย็นปรับอุณหภูมิของร่างกายจะเพื่อกันการน็อคน้ำ จากนั้นจึงปล่อยปลาออกและหาตาข่ายหรือที่คลุมมาปิดปากบ่อให้มิดชิดกันการกระโดดพลีชีพ!! ในปลาคาร์ฟนั้นใน 1-2 วันแรกเรียกได้เป็นเจ้าแห่งการกระโดดเชียวหล่ะ เพราะไม่คุ้นกับน้ำและสถานที่ใหม่

    3) ปรางจะใส่ยาฆ่าเชื้อตามอัตราข้างขวด ประมาณ  2-3 mL/ น้ำ 1 ตัน หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ และเกลือ 3 กิโลกรัม/น้ำ 1 ตัน (ถ้าเลือกใช้ฟอมาลีนห้ามใช้ร่วมกับเกลือ) โดยใส่ยาในวันที่ 1, 4 และ 7 โดยก่อนใส่ยาทุกครั้งจะมีการล้นน้ำออก 20% จากนั้นเติมน้ำใหม่จนถึงระดับก่อน

    4) อาจใช้ยาฆ่าปรสิตไม่ว่าจะเป็น ดิฟเทอเร็กซ์ ดีมิลีน ไซเตส หรือท็อปควบคู่ไปกับการใช้ยาฆ่าเชื้อ (เคลียแมกซ์) ได้ค่ะ หรือบางท่านใจเย็นหน่อยจะใส่ในสัปดาห์ที่ 2 ก่อนการกักโรคก็ได้ โดยใส่ในวันที่ 1, 4 , 7 และ 14 เพื่อตัดวงจรของปรสิตค่ะ ก่อนใส่ยาอย่าลืมล้นน้ำ 20% ทุกครั้งที่ใส่ยา

    5) ผ่านหลังจากผ่านสัปดาห์การใส่ยาแล้ว ให้นำน้ำจากบ่อเลี้ยงเดิมค่อยๆเติมลงไปในบ่อกักวันละ 20% เพื่อให้ปลาคุ้นชิน พร้อมกับสังเกตอาการของปลาค่ะ โดยปกติในบ่อเลี้ยงหลักปรางจะมีการใส่กลูต้าแมกซ์ควบคู่ไปกับบ่อกักด้วยเพื่อลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียในบ่อเลี้ยงลง ปลาจะปรับสภาพได้ดีขึ้น

    6) หากไม่พบอาการผิดปกตอใดๆกับตัวปลาก็ให้ใส่รวมปลาได้เลยค่ะ อาจจะใช้เวลาและความใส่ใจหน่อย แต่ 1 ชีวิตก็มีค่าและไม่ควรละเลยค่ะ ^^ ดังนั้นอย่าละลเลยขั้นตอนการกักโรคกันนะ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกระทู้นี้ คลิกเพื่อเข้าสู่ระบบ

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial